1

“นครธน” ทรานส์ฟอร์มสู่ Healthcare Ecosystem สร้างระบบสุขภาพเชื่อมโยงเจาะตลาด Silver Economy เติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต

Posted on

“นครธน” ทรานส์ฟอร์มสู่ Healthcare Ecosystem สร้างระบบสุขภาพเชื่อมโยงเจาะตลาด Silver Economy เติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิตกลุ่มบริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) ประกาศวิสัยทัศน์ยกระดับสู่ “Healthcare Ecosystem” เครือข่ายดูแลสุขภาพ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ขยายสู่การเป็น “Health Partner” พาร์ตเนอร์ด้านสุขภาพของทุกครอบครัว รองรับเมกะเทรนด์สังคมสูงวัยของไทย พร้อมต่อยอดจุดแข็งด้านทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีรักษาโรคยากซับซ้อน ด้วยการขยายพอร์ตธุรกิจใหม่ เติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต ชูยุทธศาสตร์ 3 แกนหลัก เชื่อมต่อการดูแลไร้รอยต่อรศ.ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัทฯ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลนครธนก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจให้ทุกคนได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่สะดวกและมีคุณภาพมากขึ้น ครอบคลุมทั้งการดูแลเชิงป้องกันและการรักษาโรคยากซับซ้อน เพื่อให้คนในพื้นที่ไม่ต้องเดินทางไกล แต่ยังได้รับการรักษาตามมาตรฐานที่วางใจได้ แนวคิดดังกล่าวได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตเคียงข้างชุมชนเข้าสู่ปีที่ 30 และนำไปสู่การวางยุทธศาสตร์สู่การเป็น พาร์ตเนอร์ด้านสุขภาพ ที่ยกระดับมาตรฐานการดูแลในทุกโครงการ พร้อมดูแลแบบองค์รวมผ่านทีมสหวิชาชีพ (Multidisciplinary Care) ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลที่ต่อเนื่องในทุกช่วงวัย“การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนโรงพยาบาล แต่คือการออกแบบระบบสุขภาพแบบต่อเนื่อง ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการดูแลคุณภาพชีวิตระยะยาว เพื่อให้ผู้รับบริการไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา”รศ.ญาณเดช กล่าวเสริมว่า ด้วยแนวคิดดังกล่าว ทำให้โครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทถูกพัฒนาให้เป็น Healthcare Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนแรก คือ โรงพยาบาลนครธน ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านการรักษาโรคยากซับซ้อนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่วนที่สอง คือ โรงพยาบาลนครธน 2 (เอกชัย-กาญจนาภิเษก) ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อขยายการเข้าถึงบริการสู่ชุมชน และเตรียมรองรับผู้ประกันตนในปี 2570 และส่วนที่สาม คือ “นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม” (Nakornthon Long Life Center by Chersery Home) โครงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2569ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยแนวคิด “Active Aging”ด้านพญ.ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ โรงพยาบาลนครธน เสริมว่า ในบริบทที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ระบบสุขภาพในอนาคตจะไม่สามารถวัดความสำเร็จจาก “การรักษาให้หาย” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมุ่งไปสู่การทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นานที่สุด จากแนวโน้มดังกล่าว นครธนจึงต่อยอดสู่การพัฒนา “นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม” เพื่อรองรับความต้องการด้านการดูแลผู้สูงอายุและการดูแลระยะยาวโดยเฉพาะ ผ่านแนวคิด “Active Aging” ที่ผสานการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย (Universal Design) เข้ากับโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพและกายภาพบำบัด เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า พึ่งพาตัวเองได้ และใช้ชีวิตได้ตามความต้องการของตนเอง พร้อมกันนี้ ยังมีการออกแบบกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและคุณค่าในตัวเอง (Self-esteem) แม้ในช่วงเวลาของการรักษา และเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านสุขภาพของตนเอง เพื่อให้การดูแลสุขภาพไม่ใช่เพียงการรักษา แต่เป็นการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย“เราตั้งใจให้โปรเจกต์นี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแบ่งเบาภาระของกลุ่มผู้รับบริการที่ต้องดูแลทั้งลูกและพ่อแม่ไปพร้อมกัน โดยมีบริการทั้งแบบรายวัน (Day Care) และที่พักอาศัย ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเฉพาะบุคคล เพื่อให้ ‘เสาหลักของบ้าน’ มีความพร้อมในการดูแลทุกคนในครอบครัวได้อย่างสมดุล มั่นคง และส่งต่อสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับทุกคนในครอบครัว”ในอีกด้านหนึ่ง แกนธุรกิจโรงพยาบาลของนครธนยังคงยึดมั่นในจุดแข็งด้านการรักษาโรคยากซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น โรคสมองและระบบประสาท โรคหัวใจ โรคกระดูกสันหลัง และโรคมะเร็ง โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหวิชาชีพเป็นหัวใจสำคัญ ควบคู่กับการลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการรักษาและผลลัพธ์ทางการแพทย์ในระยะยาวนอกจากนี้ โรงพยาบาลยังให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์การดูแล “ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์” ผ่านการออกแบบบริการที่เข้าใจผู้ป่วยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิต เพื่อให้การรักษาไม่ใช่เพียงกระบวนการทางการแพทย์ แต่เป็นประสบการณ์การดูแลที่สร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับผู้รับบริการและครอบครัวปักธงปี 69 พร้อมรุกตลาด Medical Tourismสำหรับโรดแมปในปี 2569 พญ.ศิเรมอร กล่าวว่า โรงพยาบาลตั้งเป้าหมายการเติบโต โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ การรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโรงพยาบาลนครธน 2 การเปิดตัว “นครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม” และการขยายหอพักผู้ป่วยในแบบ VIP เพื่อรองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลยังตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ โดยปัจจุบันมีฐานหลักจากกลุ่ม Expat จีนและพม่า และมีแผนขยายสู่ตลาดใหม่อย่างบังกลาเทศในด้านการตลาด นครธนได้ปรับกลยุทธ์สู่ Digital Health อย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพมากขึ้น โรงพยาบาลจึงมุ่งยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ผ่านการพัฒนาช่องทางดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย ทั้งการซื้อโปรแกรมสุขภาพออนไลน์ การนัดหมายล่วงหน้า และบริการ Telemedicine ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา ควบคู่กับการสื่อสารผ่านคอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายและเหมาะกับคนรุ่นใหม่ เช่น วิดีโอสั้นบนแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องง่าย ใกล้ตัว และเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน“ในอนาคต เราไม่ได้อยากเป็นแค่โรงพยาบาลสำหรับรักษา แต่จะพัฒนาองค์กรจากเครือโรงพยาบาลไปสู่การเป็น “Health Partner” พาร์ตเนอร์ด้านสุขภาพของครอบครัวไปตลอดช่วงชีวิต เป็นที่ที่นึกถึงเมื่ออยากมีสุขภาพที่ดี ไม่ใช่แค่ตอนเจ็บป่วย และพร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของชีวิต” พญ.ศิเรมอร กล่าวสรุป

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Most Popular

Exit mobile version